มาทำม่านอาบน้ำเก๋ๆ ด้วยราคาน้อยกว่า 500 บาทกัน !!
เนื่องด้วยคอนโดกระผมนั้นงก.... ดั้น..ไม่แถมกระจกกั้นอาบน้ำมา ถามๆราคาติดตั้งแบบกระจกดูก็ล่อไปเป็นหมื่นทำไงดีละที่นี้ +__+"
ตอนแรกก็เริ่มท้อทำใจต้องเสียงเงินหมื่นละ แต่พอดีมีพี่ใจดีแนะนำว่ามีม่านแบบพลาสติก :O ติดได้เองแบบไม่ต้องเจาะ แถมราคาไม่แรงด้วย ได้ยินแบบนี้จะรอช้าอยู่ใยรีบไปจัดมาในบัดดลล..
เริ่มต้นด้วยพระเอกของเรา กระบองยืดหดได้เพียงมือหมุน :O เจ้านี่ราคาก็ 185 บาท เป็นตัวที่เอาไว้แขวนม่านอาบน้ำของเรา
จากนั้นก้อเอาม่านห้องน้ำ มาเกี่ยวเข้ากะห่วง แล้วก็เอามาใส่เจ้ากระบองพระเอกของเราตามรูปเลย ม่านเองก็มีหลายราคาแต่เจ้านี่แค่ 299 อิอิ ห่วงมีแถมมาให้ แต่จัดแบบใสเพิ่มมาเพื่อเพิ่มความเก๋อีก 39 บาท ทุกๆชิ้นได้มาจาก HomePro นะครับ ^_^
ตรงนี้เป็นขั้นตอนสำคัญเลยนะครับ คือต้องยึดปลายด้านนึงตรงตำแหน่งความสูงที่เราอยากได้ และยืดเจ้ากระบองออกให้ชิดกำแพงอีกด้าน แบบเฉียงๆ และยืดออกให้เกินมาหน่อยๆ ตรงนี้ต้องลองกะๆดูนะครับแบบรูป
จากนั้นก้อดันขึ้นให้ได้ระนาบ ระวัง ! อย่าวางนอนแล้วยืดออก มันจะไม่แน่น และมีโอกาศหล่นมาได้
เพียงแค่นี้ ฉากกั้นอาบน้ำเก๋ๆ ก็เสร็จใช้เวลาไปไม่ถึง 5 นาที จริงๆงบประมาณไม่ถึง 500 บาท ถ้าผมไม่อยากได้ไอ่ห่วงใสๆนั่น ทั้งๆที่มันมีแถมมาแล้วกับม่านอาบน้ำแล้วอ่ะนะ :P เห็นแบบนี้นี่เวลาอาบน้ำ กันน้ำกระเด็นได้ 100% เลยนะครับขอบอก
ส่งท้าย..
เป็นไงมั่งครับ ทั้งหมดนี้ทำได้ง่ายๆเพียงแค่ไม่ถึงห้านาที กับงบประมาณที่ประหยัดได้เป็นหมื่น แถมเบื่อลายม่าน หรือว่าขี้เกียจทำความสะอาด ก็ซื้อใหม่แม่งเลยให้เหมาะกะคนมีฐานะ (ยกจน) แบบเราๆ อิอิ
ลอกสติกเกอร์เก่าแรมปี ใครว่ายาก มาดูกัน :)
| บ่องตงลอกออกยากมว๊ากก :( |
พอมาค้นๆวิธีจึงเจอกับวิธีที่ง่ายดายและใช้ของใกล้ตัวจนแทบจะคาดไม่ถึง..
7 เทคนิคง่ายๆในการเลือกคอนโดยังไงให้โดนใจ
วันก่อนมีพี่คนนึงมาถามว่าคอนโดที่เค้าสนใจดีไหมผมก็เลยบอกกล่าวไป และคิดว่าหลายๆคนอยากอาจจะรู้วิธีดู วันนี้ผมเลยจะมาแชร์เทคนิควิธีการดูคอนโดยังไงให้ดีและถูกใจกันนะครับ ^^
คอนโดเป็นที่ๆเราต้องอยู่ทุกวัน ราคาหลายล้านบาทถ้าซื้อไปอยู่แล้วไม่มีความสุขเพราะเจอปัญหาต่างๆที่เราไม่รู้ก่อนเลือกละแย่เลย
เมื่อเราเจอคอนโดที่ถูกในแล้ว โดยอาจดูจากทำเล ราคา หน้าตาคอนโดแล้ว เราจะมีวิธีดูยังไงละว่าคอนโดนี้ดีจริงสมคำโฆษณาที่ได้เจอมารึเปล่า... อยู่จริงๆแล้วจะมีความสุขไหม.. มีวิธีดูคอนยังไงไปดูกัลลล
ได้ลองเดินทางจริงๆ ถ้าจะให้ดีลองเดินทางไปด้วยวิธีที่เราคิดว่าถ้าอยู่แล้วเราจะเดินทางแบบนี้ไปทำงานทุกๆวัน เช่น ใช้รถยนต์ BTS,MRT จะดีที่สุดเดินทางตอนเวลาที่เราไปกลับที่ทำงานประจำนั่นแหละ เพราะทำให้รู้ว่าคอนโดนั้นสะดวกกับการเดินทางเราจริงไหม
ได้เห็นห้องตัวอย่างจริง เพราะว่ารูปในหน้าเว็บหรือว่าโบรชัวเค้าคงทำมาหลอกตาอย่างกับรูป profile ใน facebook ของแต่ละคนนั่นแหละ :D ระวัง ! ห้องที่ท่านเห็นเค้าตกแต่งบิ้วอินด้วยมืออาชีพเหมือนไปเจอสาวที่แต่งเต็มด้วยมือาชีพยังไงยังงั้นละ ทางที่ดีโครงการไหนมีห้องเปล่าให้ดูด้วยจะดีมาก
แล้วที่ต้องดูอะไรอีกบ้างไหม ? ตามไปดูในข้อที่เหลือกันนเลย
แล้วจะดูได้จากที่ไหนละ ?
ถามคนที่รู้จัก ที่อยู่หรือเคยอยู่กับเจ้าของโครงการนั้น อย่างตอนผมจะซื้อโครงการของ Udelight ที่มีนิติของ LPN ดูแลผมก็จะถามจากพี่ที่เค้าอยู่ LPN อยู่แล้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง
ไปดูด้วยตาตังเอง ไปดูที่โครงการที่ผ่านมาของเจ้านั้นถึงที่เลย เราจะได้รู้ฟีดแบ็คจากลูกบ้านที่อยู่จริง ว่าห้องที่ส่งมีปัญหาไหม ส่วนกลางโครงการดูแลดีไหม
อ่านจากเว็บคอมมูนิตี้ ของคอนโดนั้นๆ เช่น Facebook แฟนเพจเองหรือว่าเว็บ Prakard เองที่ลูกบ้านจะมาคุยกันเรื่องปัญหาของคอนโด หรือว่าซื้อขายกัน
ที่จอดรถ ให้ดูว่าว่ามี่กี่ % ของจำนวนห้องทั้งหมด ส่วนใหญ่จะเป็นแบบรวมจอดซ้อนคันแล้ว ที่จอดรถไม่พอเป็นปัญหากับทุกๆคอนโดเลยก็ว่าได้ จะให้ดีแบบรวมจอดซ้อนคันนแล้วควรมีเกินซัก 50% เป็นสิ่งที่ห้ามมองข้ามสำหรับคนที่มีรถเชียว ;)
อื่นๆ สวน สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ห้องสมุด อันนี้แล้วแต่ระดับราคา อาจลองเทียบกับคอนโดที่เราเลือกไว้เพื่อนเปรียบเทียบว่า ขนาดความสวยงามเป็นที่น่าพอใจเรารึเปล่า
ระวัง ! อย่าหลงเชื่อโบชัวหรือเว็บมากให้ลองดูจากผลงานที่ผ่านมาของเจ้าของโครงการทำไว้จะดีกว่า
Read More...
คอนโดเป็นที่ๆเราต้องอยู่ทุกวัน ราคาหลายล้านบาทถ้าซื้อไปอยู่แล้วไม่มีความสุขเพราะเจอปัญหาต่างๆที่เราไม่รู้ก่อนเลือกละแย่เลย
เมื่อเราเจอคอนโดที่ถูกในแล้ว โดยอาจดูจากทำเล ราคา หน้าตาคอนโดแล้ว เราจะมีวิธีดูยังไงละว่าคอนโดนี้ดีจริงสมคำโฆษณาที่ได้เจอมารึเปล่า... อยู่จริงๆแล้วจะมีความสุขไหม.. มีวิธีดูคอนยังไงไปดูกัลลล
1 ต้องไปสัมผัสด้วยตัวเองก่อน
ได้ดูทำเลจริง ที่ต้องไปดูเพราะเราจะได้เจอทำเลจริงๆ ทำเลเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดแล้วสำหรับที่อยู่ เซียนๆอสังหาเคยบอกไว้ว่าเลือกที่อยู่ให้ดู 3 L คือ... Location Location แล้วก็ Locationได้ลองเดินทางจริงๆ ถ้าจะให้ดีลองเดินทางไปด้วยวิธีที่เราคิดว่าถ้าอยู่แล้วเราจะเดินทางแบบนี้ไปทำงานทุกๆวัน เช่น ใช้รถยนต์ BTS,MRT จะดีที่สุดเดินทางตอนเวลาที่เราไปกลับที่ทำงานประจำนั่นแหละ เพราะทำให้รู้ว่าคอนโดนั้นสะดวกกับการเดินทางเราจริงไหม
ได้เห็นห้องตัวอย่างจริง เพราะว่ารูปในหน้าเว็บหรือว่าโบรชัวเค้าคงทำมาหลอกตาอย่างกับรูป profile ใน facebook ของแต่ละคนนั่นแหละ :D ระวัง ! ห้องที่ท่านเห็นเค้าตกแต่งบิ้วอินด้วยมืออาชีพเหมือนไปเจอสาวที่แต่งเต็มด้วยมือาชีพยังไงยังงั้นละ ทางที่ดีโครงการไหนมีห้องเปล่าให้ดูด้วยจะดีมาก
แล้วที่ต้องดูอะไรอีกบ้างไหม ? ตามไปดูในข้อที่เหลือกันนเลย
2 อ่านรีวิวและหาข้อมูลเพิ่มเติม
อ่านรีวิวเพื่อนประกอบการตัดสินใจเพิ่มจากเว็บต่างๆ เช่น ThinkOfLiving, YuSabuy เพราะว่าระดับมืออาชีพเค้าจะมีมุุมมองต่างๆที่เราไปดูจริงแล้วอาจจะยังไม่เห็น
3 เจ้าของโครงการ
อันนี้สำคัญมากๆสำหรับคอนโด และบ้านก็ด้วย โดยอยากรู้ว่าเจ้าไหนดีร้ายยังไงง่ายสุดก็ให้ดูผลงานที่ผ่านมาของเจ้านั้นๆแล้วจะดูได้จากที่ไหนละ ?
ถามคนที่รู้จัก ที่อยู่หรือเคยอยู่กับเจ้าของโครงการนั้น อย่างตอนผมจะซื้อโครงการของ Udelight ที่มีนิติของ LPN ดูแลผมก็จะถามจากพี่ที่เค้าอยู่ LPN อยู่แล้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง
ไปดูด้วยตาตังเอง ไปดูที่โครงการที่ผ่านมาของเจ้านั้นถึงที่เลย เราจะได้รู้ฟีดแบ็คจากลูกบ้านที่อยู่จริง ว่าห้องที่ส่งมีปัญหาไหม ส่วนกลางโครงการดูแลดีไหม
อ่านจากเว็บคอมมูนิตี้ ของคอนโดนั้นๆ เช่น Facebook แฟนเพจเองหรือว่าเว็บ Prakard เองที่ลูกบ้านจะมาคุยกันเรื่องปัญหาของคอนโด หรือว่าซื้อขายกัน
4 ดูพื้นที่ส่วนกลางและ Facilities
ลิฟ ให้ดูเฉพาะลิฟโดยสาร หารเทียบกับจำนวนห้องหรือยูนิตของทั้งตึกแล้วมีสัดส่วนเท่าไหร่ ไม่ควรเกิน 200 ยูนิต/ ลิฟ 1 ตัวนะจ๊ะ ไม่งั้นได้รอลิฟกันขาแข็ง (คนที่ทำงานที่อื้อจื่อเหลียงชั้นสูงๆจะรู้ดี รอกันเกือบ 20 นาทีก็มีตอนลิฟเสีย) ถ้าจะให้ละเอียดสุดๆเลยต้องดูสเป็คของลิฟ ว่าวิ่งได้เร็วแค่ไหน และจุคนได้เท่าไหร่ที่จอดรถ ให้ดูว่าว่ามี่กี่ % ของจำนวนห้องทั้งหมด ส่วนใหญ่จะเป็นแบบรวมจอดซ้อนคันแล้ว ที่จอดรถไม่พอเป็นปัญหากับทุกๆคอนโดเลยก็ว่าได้ จะให้ดีแบบรวมจอดซ้อนคันนแล้วควรมีเกินซัก 50% เป็นสิ่งที่ห้ามมองข้ามสำหรับคนที่มีรถเชียว ;)
อื่นๆ สวน สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ห้องสมุด อันนี้แล้วแต่ระดับราคา อาจลองเทียบกับคอนโดที่เราเลือกไว้เพื่อนเปรียบเทียบว่า ขนาดความสวยงามเป็นที่น่าพอใจเรารึเปล่า
ระวัง ! อย่าหลงเชื่อโบชัวหรือเว็บมากให้ลองดูจากผลงานที่ผ่านมาของเจ้าของโครงการทำไว้จะดีกว่า
5 แบบห้องกับการจัดการพื้นที่ใช้สอย
นอกจากสภาพแวดล้อมภายนอกแล้ว ตัวห้องเองก็สำคัญไม่แพ้กันนะจะบอกให้ โดยที่ห้ามดูจากขนาดห้องอย่างเดียวเด็ดขาด ! เพราะบางเจ้าทำห้องใหญ่แต่ใช้งานไม่ได้เต็มประสิทธิภาพ
บางที่ขนาดเล็กแต่ออกแบบการใช้งานมาได้ลงตัว แบบแปลนห้องที่ผมชอบก็จะมีของ LPN, UDelight, Sansiri ที่ออกแบบห้องมาได้ดูใช้สอยเต็มประสิทธิภาพดี
บางที่ขนาดเล็กแต่ออกแบบการใช้งานมาได้ลงตัว แบบแปลนห้องที่ผมชอบก็จะมีของ LPN, UDelight, Sansiri ที่ออกแบบห้องมาได้ดูใช้สอยเต็มประสิทธิภาพดี
6 ห้างร้านการใช้ชีวิตรอบๆ
การใช้ชีวิตรอบๆคอนโดอันนี้จะได้มาจากการไปดูสถานที่จริงๆรีวิว หรือว่าหาจากอินเตอร์เน็ท
เปลี่ยวไหม ? คอนโดบางที่พอไปจริงแล้วเหมอืนจะใกล้รถไฟฟ้า แต่ทางเดินไปไม่มีอะไรเลยแถมมืดและเปลี่ยวอีกต่างหาก
มีร้านค้าอะไรบ้าง ? ดั่งคำที่ว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง ถ้าเราเลือกจะอยู่คอนโดแล้วยังจะลำบากเรื่องหาของกินอีกคงไม่ใช่เรื่อง เพราะงั้นต้องดูรอบๆว่ามี 7-11 ตลาดนัด มินิมาร์ทหรือว่าซูปเปอร์อะไรแถวนั้นไหม
ผมชอบ ideo ที่มี MaxValue อยุ่ข้างล่างมาก เพราะค่อนข้างครบถูกและเปิด 24 ชม. *o* หรือว่าอยู่ใกล้ห้างได้ก็จะเพอร์เฟคเลย
ผมชอบ ideo ที่มี MaxValue อยุ่ข้างล่างมาก เพราะค่อนข้างครบถูกและเปิด 24 ชม. *o* หรือว่าอยู่ใกล้ห้างได้ก็จะเพอร์เฟคเลย
อื่นๆละ ? ก็พวกโรงพยาบาล โรงเรียน ร้านอาหาร อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนอีกนะครับ หนุ่มๆอาจชอบคอนโดย่านรัชดาเพราะว่าอาบน้ำสะดวกก็ได้ :D
7 การเติบโตในอนาคต
เป็นสิ่งที่ต้องทำการบ้านให้ดี เหมือนการวิเคราะห์หุ้นเลย เพราะเป็นการทำนายอนาคตจากข้อมูลที่เราหามาได้ คอนโดบางที่ตอนที่เปิดจองอาจดูไม่มีอะไร แต่สร้างเสร็จมีห้างมาเปิด BTS,MRT สร้างเสร็จพอดี ก็ทำให้คอนโดเรามีมูลค่าน่าอยู่ขึ้นมาทันที
ยกตัวอย่าง อย่างคอนโด LPN พระราม 9 พอมีห้าง Central พระราม 9 เปิด ย่านนั้นก็ดูคึกคักหรูหราน่าอยู่ขึ้นมาทันที
แล้วคอนโดตามแนวรถไฟฟ้าในที่กำลังก่อสร้าง หรือจะสร้างในอานาคตนี่หละ ?? ต้องขอบอกว่าให้ดูเวลาในการเดินทางดีๆสำหรับสถานนีส่วนต่อขยายที่ไกลออกไป เพราะถึงแม้จะสะดวก แต่ต้องใช้เวลาเดินทางนานอันนี้ก็ไม่ไหว
เช่น ตอนนี้ถ้านั่ง MRT จากสถานีบางซื่อ มาที่ MRT สีลมใช้เวลาประมาณ 45-50 นาทีในชม.เร่งด่วน (ช่วงนี้รถจะเสียเวลาจอดสถานีรอรับคนนาน เพราะคนขึ้นเยอะ) เพราะงั้นถ้าเป็นส่วนต่อไกลออกไปอาจต้องใช้เวลาเดินทางเกิน 1 ชม. ก็เป็นได้
ส่งท้าย
เป็นไงบ้างครับกับ 7 ข้อหลักๆสำหรับการดูคอนโด ยังไงก็ตามซื้อคอนโดห้ามใจร้อนเด็ดขาด อย่าจองเพียงเพราะว่าไปเจองานเปิดตัวในห้างแล้วถูกใจ หรือจองเพราะว่าอยากได้ iPad mini :D คิดง่ายๆถ้าของเค้าดีจริงๆ เค้าไม่ต้องเอาโปรโมชั่นมาล่อเราหรอกครับ มันหมดตั้งแต่เปิดจอง 2-3 ชม. แล้วครับ
ให้ดีลองเลือกหาคอนโดที่ถูกใจซัก 2-3 ที่โดยเลอืกจากย่าน หรือว่าระดับราคาที่ชอบแล้วลองเปรียบเทียบโดยดูจากหลายๆข้อที่ผมบอกไปดูนะครับ
แล้วต้องรู้อะไรอีกไหม ?
ยัง..ยังไม่หมดครับ มีอีกหลายอย่างที่จะต้องรู้ วิธีเลือกตำแหน่งห้อง ไหนเลือกเสร็จแล้วต้องเตรียมตัวอะไรในการเป็นเจ้าของคอนโดซักห้อง ไหนจะตกแต่ง เลือกของเข้าคอนโด วิธีดูแลห้องของเราอีก เรามาว่ากันในตอนต่อๆไปนะครับ ขอให้มีความสุขกับการอยู่คอนโดนะคร้าบบ ^__^
รีวิว ขนย้ายฉับไวในฉบับ ExtraMove
ด้วยเหตุบางประการ ทำให้ตัวผมมีเรื่องต้องย้ายคอนโด แต่สมัยก่อนอยู่หอพักย้ายไม่ยากเพราะมีเสื้อผ้ากะคอมพิวเตอร์อย่างมาก.. แต่มารอบนี้ของเยอะแยะไปหมด ตู้เย็น ที่นอน ทีวี 42" ทำไงละทีนี้ +_+
เลยมีคนแนะนำบริการขนย้ายของ Extramove ซึ่งตอนแรกเจอราคาไป 3,500 ต่อรถกระบะหนึ่งคัน กะคนขนสามคนก็ยังหวั่นๆ ^^; แต่พอมาคิดๆรถที่เราเคยจ้างแบบบ้านๆก็ปาเข้าไป 2,000 แล้ว แต่คนแนะนำเชียร์สุดๆ ว่าขนย้ายไว ของไม่เสียหายแทบไม่ต้องเก็บอะไรเองเลย ...
เอาวะลองดูซักตั้ง เลยโทรไปจองคิวเลย เดี๋ยวมาดูกันว่าสมกับคำร่ำลือ หรือไม่...
- นัดไว้ 9.30 พี่ๆเค้าก็มากันตรงเวลา แอบมาก่อนนิดหน่อยด้วย
- รถขนาดนี้คือเล็กที่สุด 3,500 บาท ซึ่งราคานี้คือมีเปลี่ยนแปลงตามระยะทางด้วยนะครับ ^^
- อุปกรณ์การขนย้าย หลากหลายจิงๆ อันนี้ยังถ่ายไม่ครบนะเนี่ย
- เข้ามาถึงพี่ๆก็เริ่มต้นการเก็บของทุกอย่างลงกล่องที่เตรียมมา แยกย้ายกับทำคนละห้อง อย่ามืออาชีพเลยทีเดียว
- ทุกอย่างจะโดน ห่อ แพ็ค แขวน ลงกลอ่งเป็นอย่างดี
- จานชาม เครื่องปรุงต่างๆก็โดนแพ็คลงกล่องอย่างเป็นระเบียบ
- หรือแม้แต่ของในตู้เย็นก็ไม่ต้องเก็บนะครับ ห่อกระดาษให้อย่างดี
- ใหญ่เล็กแค่ไหนก็ไม่รอด โดนห่อหมด
- ที่เห็นด้านขวานั่นตู้เย็นนะครับ โดนห่อซะไม่เหลือเค้าเดิมเลย :P
- ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง ทุกอย่างก็พร้อมที่จะขนย้ายแล้ว ^o^
- ของทั้งหมดโดนห่อและคนย้ายมาถึงจุดหมายแบบเป็นระเบียบ ปลอดภัยไม่เสียหาย
- มาถึงก็บอกได้เลยว่า จะเอาของจากกล่องไหนไปลงที่ไหน ในที่ใหม่ สำบายแท้ อิอิ
ส่งท้าย
พี่มาถึงประมาณ 9.30 และเสร็จทุกภาระกิจตอน 12.00 แปลว่าใช้เวลาทั้งหมดไปไม่ถึง 3 ชม. !! ยังคิดๆอยู่ว่าถ้าย้ายเองไม่รู้ว่าจะใช้เวลาทั้งหมดเท่าไหร่ แล้วจะมีของไหนเสียหายไหม
สรุปแล้วเงินที่จ่ายเพิ่มมากจากเดิม 1,500 ประหยัดเวลาและปลอดภัยกะสิ่งของในคอนโดเรา คือว่าคุ้มค่าจริงๆ แนะนำเลย
ปล. มีอีกหลายๆเจ้านะครับลองสอบถามราคาได้ หรือว่าเกิดที่นี่เค้าคิวเต็ม
ไฟหลบหัวเตียง เท่ๆ ทำง่ายๆ ราคาเบาๆ b(-_^)
เคยไหมครับที่อยากจะได้ไฟหลบหัวเตียงแบบสวยๆอย่างในหนังสือบ้าง แต่กลัวว่าจะแพง หรือว่าต้องเจาะห้องให้เสียหาย...
วันนี้ผมเอาวิธีทำไฟหลบหัวเตียงอย่างง่ายๆ แบบประหยัดงบ มาบอกครับ ตามไปดูกันเล้ย
1. หลอดฟลูออเรนเซ้นส์แบบยาว 200 บาทนิดๆ
2. สายไฟ - มีอยู่แล้ว ฟรี (ไม่แพงเมตรละไม่เกิน 8 บาท)
3. สวิตซ์ตามความชอบเลยครับ ถ้าไม่เอาสวยก็จะถูกหน่อย
ของผมใช้ panasonic สีน้ำตาล สวิตซ์เทา กรอบ 45 สวิตซ์ 165 บาท (แพงมากกกกกกกกกกก) * 2 = 420 บาท
4. ปลั๊กเสียบเอาของเก่ามาใช้ ฟรี
5. ค่าแรง - ทำเอง ฟรี
รวมค่าเสียหายทั้งหมด 620 บาทถ้วน :) ถ้าไม่เอากรอบกับสวิตซ์แบบแพง ราคารวมไม่น่าเกิน 400 บาทครับ (ทำไงได้มันสวยนี่นา :P)
ติดไว้ตรงที่วางของหัวเตียง เปิด-ปิด ได้ทั้งซ้ายและขวา
ติดหลอดไฟไว้ตรงด้านหลัง เลือกหลอดไฟที่มันผอมๆเล็กๆหน่อย แล้วก็ปรับระดับความสูงตามที่ต้องการ
*ข้อควรระวัง เวลาตัดไฟจะต้องตัดสาย L เท่านั้น ถ้าตัด N อาจจะมีโอกาสทำให้เกิดไฟติดแบบเรืองๆตลอดเวลาได้

ส่งท้าย....
หวังว่าจะได้ประโยชน์ และมีความสุขกับการแต่งบ้านกันนะครับ :)
บทความโดย : akikkik
Read More...
วันนี้ผมเอาวิธีทำไฟหลบหัวเตียงอย่างง่ายๆ แบบประหยัดงบ มาบอกครับ ตามไปดูกันเล้ย
มาเริ่มกันที่อุปกรณ์และค่าเสียหายก่อนเลย
1. หลอดฟลูออเรนเซ้นส์แบบยาว 200 บาทนิดๆ
2. สายไฟ - มีอยู่แล้ว ฟรี (ไม่แพงเมตรละไม่เกิน 8 บาท)
3. สวิตซ์ตามความชอบเลยครับ ถ้าไม่เอาสวยก็จะถูกหน่อย
ของผมใช้ panasonic สีน้ำตาล สวิตซ์เทา กรอบ 45 สวิตซ์ 165 บาท (แพงมากกกกกกกกกกก) * 2 = 420 บาท
4. ปลั๊กเสียบเอาของเก่ามาใช้ ฟรี
5. ค่าแรง - ทำเอง ฟรี
รวมค่าเสียหายทั้งหมด 620 บาทถ้วน :) ถ้าไม่เอากรอบกับสวิตซ์แบบแพง ราคารวมไม่น่าเกิน 400 บาทครับ (ทำไงได้มันสวยนี่นา :P)
มาวิธีทำกันต่อเลย
เริ่มจากผมใช้สายไฟคอมพิวเตอร์เอามาใช้เป็นสายไฟในการต่อ และใช้แบบปลั๊กเสียบเพราะไม่อยากเจาะผนัง แล้วก็ต่อสายไฟตามรูปเลยครับ ผมใช้สวิตซ์ 3 ทาง(Panasonic) หรือบางยี่ห้อเรียก 2 ทางติดไว้ตรงที่วางของหัวเตียง เปิด-ปิด ได้ทั้งซ้ายและขวา
ติดหลอดไฟไว้ตรงด้านหลัง เลือกหลอดไฟที่มันผอมๆเล็กๆหน่อย แล้วก็ปรับระดับความสูงตามที่ต้องการ
*ข้อควรระวัง เวลาตัดไฟจะต้องตัดสาย L เท่านั้น ถ้าตัด N อาจจะมีโอกาสทำให้เกิดไฟติดแบบเรืองๆตลอดเวลาได้
ส่งท้าย....
หวังว่าจะได้ประโยชน์ และมีความสุขกับการแต่งบ้านกันนะครับ :)
บทความโดย : akikkik
แนะนำ ผ้าไมโครไฟเบอร์ สุดคุ้ม *o*
ทำไมต้องเป็นผ้าไมโครไฟเบอร์ ?
ผ้าไมโครไฟเบอร์จะเกิดจากการทอจากเส้นยสังเคราะห์เป็นพิเศษ ซึ่งทำให้มีความนุ่มและละเอียดกว่าเส้นใยธรรมชาติทั่วไป
ความพิเศษของมันคือ เวลาเช็คแล้วไม่ทำให้เป็นรอย ทำความสะอาดได้ดี ซักล้างง่ายแถมยังทนด้วยอีกต่างหาก ดีขนาดนี้ไม่ใช้ได้ไง ?
ทำไมต้อง 3M ?
แบรนจากอเมริการายนี้การันตรีได้เรื่องคุณภาพ ทำหลายอย่างมากตั้งแต่กระดาษ สติ๊กเกอร์ ฟิล์มรถ กาว ยันเครื่องฟอกอากาศเลยทีเดียว
"ปกติผ้าไมโครไฟเบอร์ ราคาจะสูงแต่ 3M ใจปล้ำจัดให้มาในราคา 69 บาท ให้ผ้าถึงสี่ฝืนสี่แบบ !!"

- เริ่มจากสีเขียว งานเก็บฝุ่น
- สีเหลือง งานเช็ดกระจก
- สีชมพู งานทำความสะอาด ขัดเงาเฟอร์นิเจอร์
- สุดท้ายสีฟ้า สำหรับงานครัวและห้องน้ำ

.jpg)







